Talk to an expert

Eka Global Positions Thailand as ASEAN Leader in Longevity Food Packaging Amidst 2026 Economic Volatility

22 January 2026

EKA Global plans to invest over 100 million baht in 2026 to expand production and establish an R&D center in Thailand, aiming for a circular economy model. This strategy leverages the continuous global growth of the ready-to-eat food (projected global value: $422B) and premium pet food markets, particularly in Thailand and India.

CEO Chaiwat Nantiruj notes that while the ready-to-eat sector is driven by consumer trends, innovation, and online growth, it faces global economic and competitive challenges. To address this, the industry is shifting toward sustainability and efficient food preservation. Thailand is seen as a potential regional manufacturing hub for Ready-to-Eat and Premium Pet-Food packaging.

The company will use the investment to develop packaging solutions globally. Growth forecasts show the Thai ready-to-eat market growing 6-7% annually, and the pet food segment rapidly growing at 17%. Internationally, EKA Global is targeting India, where its Pune factory will meet the 16.4% projected growth in the ready-to-eat market with non-refrigerated packaging that preserves food for up to two years.

EKA Global's roadmap focuses on core growth strategies:

  1. Sustainability Innovation: Aligning with global trade and Thailand's BCG policy by accelerating environmentally friendly packaging development. Current longevity packaging is 100% recyclable, with new "Green Products" including Bioplastic (PLA), Biodegradable, and Post-Consumer Recycled (PCR) options.
  2. Market Leadership: Reinforcing its position as the number one brand in longevity packaging, extending food shelf life up to two years with multi-layer rigid plastic to combat global Food Waste.
  3. Premium Pet Food: Aggressively entering the premium pet food market with redesigned, user-friendly packaging.

Mr. Chaiwat is confident that Longevity Packaging innovation will be crucial in helping Thailand meet the UN's goal of reducing food waste by 50% by 2030, boosting Thai competitiveness globally.


เอกา โกลบอล ดันไทยผู้นำบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารอาเซียน รับมือผันผวน EKA เศรษฐกิจปี’69

วันที่ 22 มกราคม 2569 - 14:06 น.

“เอกา โกลบอล” ประกาศยุทธศาสตร์รับมือความผันผวนเศรษฐกิจปี 2569 เผยประเทศไทยยังเป็นผู้นำธุรกิจบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารอาเซียนได้ เตรียมทุ่มงบฯลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิตและจัดตั้งศูนย์ R&D ในประเทศไทย มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งเศรษฐกิจหมุนเวียน รับการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารพร้อมทาน และอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมี่ยมที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดไทยและอินเดียที่คาดการณ์การเติบโตแบบก้าวกระโดด

นายชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA GLOBAL) ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) แบรนด์คนไทยเบอร์ใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทานในปี 2569 จะได้รับแรงขับจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปปัจจัยด้านการใส่ใจสุขภาพ การเติบโตของช่องทางออนไลน์ นวัตกรรมสินค้าและการผลิต แต่ก็ยังเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก นโยบายการค้า และการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงปัจจัยภายนอกที่คาดไม่ถึง เช่น ภัยพิบัติ ที่มาในรูปแบบต่าง ๆ

ดังนั้น อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลกมุ่งไปที่ความยั่งยืนควบคู่กับประสิทธิภาพการถนอมอาหาร โดยเฉพาะในตลาดอาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) และอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมี่ยม (Pet-Food) ซึ่งไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาค เอกา โกลบอล จึงวางแผนลงทุนเพิ่ม 100 ล้านบาท เพื่อขยายฐานการผลิตในไทยและจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) รวมถึง Technical Center เพื่อสร้างโซลูชั่นบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั่วโลก

หากอ้างอิงรายงานวิเคราะห์อุตสาหกรรมโลกและสถิติจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจชั้นนำ ในปี 2569 จะเห็นสัญญาณการเติบโตที่ชัดเจนของตลาดอาหารพร้อมทาน และอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมี่ยม ในทุกภูมิภาค โดยตลาดอาหารพร้อมทานทั่วโลก คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 4.22 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ตลาดในประเทศไทย มีแนวโน้มโตต่อเนื่องที่ 6-7% ต่อปี นอกจากนี้ ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมี่ยมทั่วโลกยังมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) สูงถึง 8.5% โดยเฉพาะประเทศไทยที่เซ็กเมนต์อาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตแรงถึง 17% จากเทรนด์การเลี้ยงสัตว์เหมือนสมาชิกในครอบครัว

สำหรับการขยายตลาดในต่างประเทศ บริษัทยังคงเดินหน้ากับตลาดอินเดียและภูมิภาคใกล้เคียง เนื่องจากอินเดียเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่งในปี 2569 โดยคาดว่าตลาดอาหารพร้อมทานในอินเดียจะเติบโตถึง 16.4% ซึ่งโรงงานของเอกา โกลบอล ในเมืองปูเน่ จะเป็นกำลังสำคัญในการรองรับดีมานด์มหาศาลนี้ ด้วยนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรักษาความสดใหม่ แม้ในสภาพอากาศร้อนจัด โดยไม่ต้องพึ่งพาการแช่เย็น และคุณค่าทางอาหารได้นานถึง 2 ปี

นายชัยวัฒน์กล่าวว่า โรดแมปปีนี้ เอกา โกลบอล จะเดินหน้าด้วยกลยุทธ์หลักขับเคลื่อนการเติบโต ได้แก่ ยกระดับนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน เพื่อสอดรับกับมาตรการทางการค้าโลกและนโยบายเศรษฐกิจ BCG ของไทย โดยจะเร่งพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมให้เข้มข้นยิ่งขึ้นจากเดิมที่บรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร ‘เอกา โกลบอล’ สามารถรีไซเคิลได้ 100% และมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ “กรีนโปรดักส์” ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ Bioplastic (PLA), บรรจุภัณฑ์ Biodegradable ที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติทั้งหมด และสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ และบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (PCR) หรือเรซิ่น รีไซเคิล เพื่อเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้า

นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการยกระดับแบรนด์อันดับ 1 ของตลาดบรรจุภัณ์ช่วยยืดอายุอาหารสูงสุด 2 ปี (Longevity Packaging) โดยชูจุดแข็งบรรจุภัณฑ์พลาสติกคงรูปหลายชั้น (Multi-layer) ป้องกันอากาศและรักษาคุณภาพอาหารได้นาน ตอบโจทย์การลดขยะอาหาร (Food Waste) ทั่วโลก พร้อมกับเดินหน้ารุกตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมี่ยม ปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ให้พรีเมี่ยมและใช้งานสะดวก (User-friendly) รองรับเทรนด์เจ้าของสัตว์เลี้ยงยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสารอาหารและความสดใหม่อย่างต่อเนื่อง

“บริษัทเชื่อมั่นว่านวัตกรรม Longevity Packaging จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ไทยบรรลุเป้าหมายการลดขยะอาหารลง 50% ภายในปี 2030 ตามเป้าหมายของสหประชาชาติ (SDGs) และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายตลาดไปแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน” นายชัยวัฒน์กล่าวสรุป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/economy/news-1954269